โทงเทงผลไม้มหัศจรรย์ ลดเบาหวาน-ขับพยาธิ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีประโยชน์มากขนาดนี้

19 พฤศจิกายน 2017 | เคล็ดลับสุขภาพดีประจำวัน

Advertisement


Advertisement

Share on Facebook1.8kShare on Google+0Tweet about this on Twitter

เด็กสมัยใหม่คงจะสงสัยว่านี่คือผลอะไร แต่ถ้าพูดชื่อนี้กับคนเฒ่าคนแก่ตามต่างจังหวัดอาจจะเคยเห็นกันมาบ้างหรือเคยทานกันมาแล้ว ส่วนมากจะพบเห็นได้ตามข้างทางข้างถนน


โทงเทงเป็นพืชล้มลุกจัดอยู่ในจำพวกหญ้า ใบกลม ดอกสีเหลือง มีผลกลมพองปลายแหลม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวจีนเพราะมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ สามารถหาได้ตามข้างทางตามต่างจังหวัด มักขึ้นริมรั้ว ชายป่า ข้างคลอง ดงหญ้าข้างทาง ในที่รกๆ เมื่อสมัยก่อนพบเห็นกันทั่วไป หรือบางแหล่งที่มีชาวจีนอาศัยอยู่อาจจะปลูกไว้เพื่อรับประทานจัดว่าเป็นสรรพคุณทางยาที่มีประโยชน์

โทงเทงฝรั่งหรือที่เราเรียกกันแบบหรูๆว่า กูสเบอรี่ เป็นพืชชนิดเดียวกันแต่จะเป็นคนละสายพันธุ์ มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ซึ่งสังเกตได้ที่ใบโทงเทงจะขอบเรียบแต่โทงเทงของฝรั่งจะขอบหยักมีสรรพคุณคล้ายกันหลายอย่างและสามารถใช้แทนกันได้

ประโยชน์ของการทานโทงเทง

1. มีสรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ

2. ช่วยบรรเทาอาการต่อมทอนซินอักเสบ ฝีในคอ โดยตำให้ละเอียดแล้วละลายในน้ำส้มสายชูและทาไว้ที่กระพุ้งแก้มแล้วค่อยๆกลืนน้ำลายที่ละน้อยๆ รวมถึงนำมาต้มกับเปลือกส้มจีนแห้งเพื่อช่วยบรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ ไอ หอบ

3. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี และแก้อาการปวดศีรษะ

Advertisement

Advertisement

4. ช่วยขับพยาธิในลำไส้และเป็นยาระบายอ่อนๆ

5. เป็นยาขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ดี

6. บรรเทาอาการแผลฟกช้ำ ลดอาการบวม อาการอักเสบ โดยการตำลำต้นมาพอกที่บริเวณบาดแผล

7. บรรเทาอาการโรคหอบหืด สามารถใช้ได้ทั้งต้นแห้ง 1/2 กิโลกรัม นำมาต้มกับน้ำ แล้วเติมน้ำตาลกรวดลงไปให้หวานรับประทานครั้งละ 1/1 ถ้วยแก้ว ทานวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร ทานติดต่อกันเป็นเวลา 10 วัน หยุดยา 3 วัน หลังจากนั้นทานต่อไปอีก 10 วัน พัก 10 วัน และทานต่ออีก 10 วันเป็นเวลา 1 เดือน แล้วค่อยสังเกตอาการ

ปัจจุบันอาจจะไม่ค่อยมีให้เห็นสักเท่าไรเรียกได้ว่าเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว แนะนำว่าควรปลูกเอาไว้บ้างก็ดีอย่างน้อยชนรุ่นหลังก็ได้มีโอกาสรู้จัก โทงเทง กันบ้าง

ข้อมูลจาก health.sanook

ชอบกด LIKE ถูกใจกด SHARE และติดตามเรื่องราวสาระดีๆ เพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ ปั้นข้าวเหนียวแชร์สาระประโยชน์ประจำวัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ได้เลย

ขอขอบคุณภาพ-ข้อมูลที่มาจาก: https://sharesidotcom.blogspot.com/2017/11/blog-post_654.html
ภาพประกอบบางส่วนจาก: pixabay.com

Advertisement

Advertisement

Share on Facebook1.8kShare on Google+0Tweet about this on Twitter

Advertisement