ไม่อยากอายุสั้น! หากเจอ ล้อรถบวม แบบนี้? อย่าเผลอเอามือไปจับเด็ดขาด..อันตรายถึงชีวิต

12 กุมภาพันธ์ 2018 | เคล็ดลับสุขภาพยืนยาว
Share on Facebook71Share on Google+0Tweet about this on Twitter

อยากเตือนภัยเพื่อนๆกัน! ใครเคยเจอ ล้อรถบวม แบบนี้บ้าง? อย่าเผลอเอามือไปจับเด็ดขาด..อันตรายมาก!!

ปัจจุบันหลายบ้านมีรถยนต์เกือบทุกบ้าน อาจเป็นเพราะหลายปัจจัย แต่ก็ยังมีผู้ใช้รถยนต์หลายคนที่ยังไม่ค่อยรู้จักวิธีการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ เช่น “การตรวจเช็คล้อรถ” เพราะล้อรถเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากล้อรถมีปัญหาก็จะทำให้รถเกิดอุบัติเหตุได้ วันนี้เราจึงขอนำเสนอวิธีตรวจเช็คล้อรถมาฝาก

สำนักข่าวต่างประเทศมีข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบล้อรถยนต์มาฝาก เมื่อเร็วๆนี้มีชาวเน็ตคนหนึ่งได้สังเกตเห็นล้อรถยนต์บวมๆ ออกมาเป็นก้อนๆ รู้สึกแปลกใจมาก และได้นำมาโพสต์เพื่อสอบถามว่ามีใครเคยเจอบ้างไหม? เป็นเพราะสาเหตุอะไรทำไมจึงเป็นแบบนี้?

ทำให้มีชาวเน็ตคนอื่นๆเข้ามา แสดงความคิดเห็นมากมาย บางคนก็บอกว่ามีเคล็ดลับวิธีการประดิษฐ์ของด้วยตัวเอง เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่จะบอกว่าการทำแบบนี้เสี่ยงต่ออันตรายมาก ไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเลย

เพราะว่าภายในล้อรถยนต์ มีแรงดันอากาศสูง หากไม่ระวังหรือทำอะไรผิดพลาดจนเกิดระเบิด แรงระเบิดอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ (จากภาพคนกระเด็นไปเลย) และที่ต่างประเทศมีการจัดการปัญหาด้วยตนเอง ทำให้ล้อระเบิดจนเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตก็มีมาให้เห็นมากมาย เพราะฉะนั้นหากล้อรถยนต์เกิดบวมเหมือนในภาพ ก็ให้รีบนำรถยนต์เข้าอู่ ให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจเช็คหรือเปลี่ยนใหม่ดีกว่า!!

ล้อรถยนต์บวมสาเหตุมาจาก

1.ยี่ห้อยาง บางยี่ห้อบวมบ่อยเป็นนิสัย

2.คุณภาพของยางเส้นนั้นๆ

3.กระแทก บางครั้งกระแทกโดนจุด ปูดทันที อาจจะแรงแต่คุณขับเพลินไม่รู้สึกก็ได้

เพิ่มเติม 5 อาการผิดปกติของรถที่ส่งสัญญาณว่า “ยาง” ของคุณอาจมีปัญหา

1. ยางบางเส้น ลมยางอ่อนเร็วผิดปกติ

พูดง่ายๆ ก็คือมีล้อบางล้อที่เราต้องเติมลมยางบ่อยกว่าล้ออื่นๆ แบบนี้ให้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนเลยนะคะว่าอาจจะมีอาการ “ยางรั่วซึม” เกิดขึ้นแล้ว ถ้าพบเจออาการนี้อย่านิ่งนอนใจ เพราะอาจจะนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงถึงขั้นยางระเบิดได้! ซึ่งถ้าอยากรู้ว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่

เริ่มจากการเช็ค “หน้ายาง” ดูว่ามีรอยถูกของแหลมคมทิ่มตำคาอยู่หรือไม่


เช็คหน้ายาง ต่อด้วยตรวจเช็ควาล์วเติมลมว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือเปล่า

เช็ควาล์วเติมลม

ล้อรถบวม แบบนี้บ้าง อย่าเผลอเอามือไปจับเด็ดขาด..อันตรายมาก

2. ดอกยางสึกไม่เท่ากัน

อาการนี้สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้านค่ะ โดยปกติแล้วดอกยางของล้อคู่หน้ากับล้อคู่หลังจะสึกหรอไม่เท่ากัน โดยเฉพาะยางของล้อคู่ที่เป็น 「ล้อขับเคลื่อน」จะสึกหรอเร็วกว่ายางล้อคู่ที่ทำหน้าที่หมุนตาม แนะนำว่าเราควรจะสลับยางทุกๆ 10,000 กิโลเมตร เพราะถ้าไม่สลับยาง มันจะมีผลต่อความสึกหรอที่ไม่เท่ากันของยางทั้ง 4 เส้นได้ ส่วนรูปแบบการสลับยางนั้นก็มีอยู่หลายวิธีตามลักษณะของรถ

3. ขับปล่อยพวงมาลัย รถไถลไปข้างไปใดข้างหนึ่ง

ถ้าเผลอปล่อยพวงมาลัยแค่ 3 วินาทีนี่รถตกข้างทางเลย อันตรายมากๆ ซึ่งอาการไถลนี้เกิดได้หลายสาเหตุ ทั้งจากยาง เพลาล้อ ลูกหมาก และศูนย์ล้อ ถ้าจะให้ชัวร์ต้องลองมาตรวจอย่างละเอียด

4. ลุยแอ่งน้ำแล้วแฉลบ

ถ้าเราบังเอิญขับรถไปลุยแอ่งน้ำขังบนถนนที่เป็นเพียงแอ่งตื้นๆ รถก็แฉลบแล้ว กรณีนี้อาจเกิดจากดอกยางหมด หรือดอกยางตื้นเกินมาตรฐานความปลอดภัย จึงทำให้ประสิทธิภาพของการรีดน้ำลดลง แบบนี้อันตรายมาก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าดอกยางของล้อรถเราตื้นเกินไปรึยัง แนะนำเราว่าให้ดูที่ สะพานยาง ถ้าช่องดอกยางเสมอเท่าสะพานยาง นั่นหมายความว่าดอกยางตื้นเกินไปแล้ว ถึงเวลาเปลี่ยนยางเส้นใหม่แล้วล่ะค่ะ

5. รถเด้งหรือพวงมาลัยสั่น ขณะรถเคลื่อนตัวช้า

นี่เป็นอาการที่รู้สึกได้จากรถ ถ้าพบอาการนี้ ให้ลองตรวจดูว่า “ยางบวม” หรือเปล่า ยางบวมเป็นแบบไหน?

ใครเคยเจอ “ล้อรถบวม” แบบนี้บ้าง?

ที่มา…liekr.com

ชอบกด LIKE ถูกใจกด SHARE และติดตามเรื่องราวสาระดีๆ เพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ ปั้นข้าวเหนียวแชร์สาระประโยชน์ประจำวัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ได้เลย

ขอขอบคุณภาพ-ข้อมูลที่มาจาก: https://moomsabaay.blogspot.com/2018/02/blog-post_219.html
ภาพประกอบบางส่วนจาก: pixabay.com

Share on Facebook71Share on Google+0Tweet about this on Twitter