เปิดความจริงเรื่อง “ทุเรียน” ที่คนไทยถูกหลอก ไม่เชื่อลองอ่านดู

1 มิถุนายน 2018 | เคล็ดลับสุขภาพยืนยาว
Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter

ช่วงนี้ทุเรียนกลายเป็นผลไม้ที่ผู้คนนิยมซื้อมารับประทานกันเป็นอย่างมาก ทำให้เรามักจะได้ยินคนพูดถึงทุเรียนในหลากหลายแง่มุม หลายคนคงคงเคยได้ยินและเชื่อกันมาโดยตลอดว่า การรับประทานทุเรียนจะทำให้คุณอ้วน และเป็นโรคเบาหวาน

แต่เราอยากจะบอกคุณว่า ความเชื่อเหล่านั้นเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากได้มีงานวิจัยทั้งในเมืองไทยและเมืองนอกได้ทำการรองรับว่า ทุเรียน คือ ราชาแห่งผลไม้ แต่ว่ารัฐบาลไม่มีเงินงบประมาณเพียงพอที่จะไปโฆษณาแข่งกับแอปเปิ้ลหรือผลไม้นอกอื่นๆ…

นี่คือความจริงเรื่อง ทุเรียน ที่คนไทยถูกหลอก

***สรรพคุณของทุเรียน

1. มีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อ เนื่องมาจากกำมะถันในเนื้อทุเรียนเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อนๆ ช่วยถ่ายพยาธิ

2. มีส่วนช่วยในการเผาผลาญ อันมาจากความร้อนของกำมะถัน ซึ่งจะทำให้ลดช่วยลดความอ้วน

3. มีส่วนช่วยในการระบาย เนื่องจากกากซึ่งถือเป็นเส้นใยยุ่บยั่บในเนื้อ ช่วยในการขัดล้างลำไส้

4. อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเด้นซ์และวิตามินอีสูง จึงช่วยในการป้องกันและรักษา มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม

5. มีส่วนช่วยลดไขมัน ลดคลอเรสเตอรอล ต้านความแก่

นี่คือความจริงเรื่อง ทุเรียน ที่คนไทยถูกหลอก

***วิธีทานทุเรียน

1. ให้คุณเริ่มทานหลังตื่นนอนตอนเช้า ในช่วงเวลา 5.00 – 7.00 น.

2. คุณควรทานครั้งละไม่เกิน 2-3 พู หรือเท่ากับปริมาณ 4-6 เม็ด หรือประมาณเกือบครึ่งลูก สามารถทานได้ทุกพันธุ์


3. หลังจากที่ทานแล้วก็ให้คุณดื่มน้ำอุ่นตาม

ข้อควรรู้ : คุณควรงดอาหารเช้าของวันนั้นๆที่ทานทุเรียน

คุณควรทานติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน เนื่องจากความร้อนที่มาจากสารกำมะถันและเส้นใยในทุเรียนจะไปช่วยในการชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆภายในลำไส้

มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น คุณอาจจะทาน 2 พูแทนข้าวมื้อเย็น

นี่คือความจริงเรื่อง ทุเรียน ที่คนไทยถูกหลอก

ถ้าเพื่อน ๆ ชอบบทควาามนี้อย่าลืมกดไลค์และแชร์ต่อด้วยเน้อ หากไม่อยากพลาดเทคนิคดีดี หรือบทความยอดนิยมแบบนี้อย่าลืมกดไลค์แฟนเพจ แชร์เรื่องราวดีๆ

นี่คือความจริงเรื่อง ทุเรียน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน และ thaijobsgov

ชอบกด LIKE ถูกใจกด SHARE และติดตามเรื่องราวสาระดีๆ เพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ ปั้นข้าวเหนียวแชร์สาระประโยชน์ประจำวัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ได้เลย

ขอขอบคุณภาพ-ข้อมูลที่มาจาก: http://www.share-si.com/2018/05/blog-post_53.html?spref=fb
ภาพประกอบบางส่วนจาก: https://pxhere.com ,https://pixabay.com , https://www.wikipedia.org/


Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter