แชร์เก็บไว้เลย พบแล้ว!! ฮอร์โมนเจ้าปัญหาที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ลงซักที มาดูวิธีแก้กัน

3 ตุลาคม 2016 | วิธีลดความอ้วน

Advertisement


Advertisement

Share on Facebook47.2kShare on Google+1Tweet about this on Twitter

พบแล้ว!! ฮอร์โมนเจ้าปัญหาที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ลงซักที มาดูวิธีแก้กัน
กี่ครั้งแล้วที่พยายามลดน้ำหนักแต่กลับไม่เป็นผล บ่อยใช่ไหม และรู้ไหมว่า บางทีมันอาจเกิดจากฮอร์โมนของคุณก็ได้

tyy4488

     คุณเคยได้ยินชื่อของฮอร์โมนเลปตินบ้างหรือเปล่า?

เลปตินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ “ขัดขวาง” การลดน้ำหนักของคุณอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าหน้าที่หลักของฮอร์โมนชนิดนี้ คือ กำหนดระดับพลังงานที่ใช้ในแต่ละวันและน้ำหนักตัวของเรา รวมทั้งสั่งการสมองเกี่ยวกับเรื่องความอยากอาหารได้ นอกจากนี้ เลปตินยังกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและกระตุ้นให้เนื้อเยื่อไขมันใช้พลังงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บางครั้งร่างกายของเราก็สร้างบางสิ่งมาขัดขวางการทำงานเลปติน เราเรียกมันว่า ภาวะดื้อเลปติน

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเกิดภาวะต่อต้านเลปติน คือ เลปตินจะส่งสัญญาณความรู้สึกอิ่มไปไม่ถึงสมอง เราจึงไม่สามารถควบคุมการกินได้ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราอ้วนขึ้น

นอกจากนี้ หากเรามีระดับเลปตินสูงเป็นเวลานานจะทำให้ความไวต่อความรู้สึกของเราลดลง สมองจะไม่ทำตามสัญญาณที่ได้รับ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลงและควบคุมการกินไม่ได้

Advertisement

Advertisement

   อาการเหล่านี้คือผลที่เกิดขึ้นจากภาวะดื้อเลปติน

น้ำหนักขึ้น

ควบคุมการกินไม่ได้

กินแก้เครียด

กินดึก

ความดันโลหิตสูง

นอนไม่หลับ

ลดน้ำหนักไม่ลง

อยากน้ำตาล

ไขมันสูง

เป็นกังวล

ไม่มีแรงกระตุ้น

กินของจุกจิกหลังอาหารบ่อย

กินเสร็จแล้วง่วงนอน

สิ่งที่คุณควรเลิกรับประทานเพื่อให้ให้ภาวะดื้อเลปตินกลับมาสมดุลเช่นเดิม

ไขมัน

น้ำตาล

คาร์โบไฮเดรต

น้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุกโตสสูง

หันมารับประทานอาหารออร์แกนิกและอาหารไม่ผ่านการแปรรูปแทนอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตตเชิงเดี่ยว จำพวกข้าวขัดสี ขนมปังขาว ส่วนอาหารประเภทไขมันให้รับประทานไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากขึ้น เช่น น้ำมันมะพร้าว อะโวคาโด ถั่ว เนย และไขมันสัตว์ หรืออาจจะเป็นอาหารเสริมน้ำมันกุ้งหรืออาหารเสริมอื่นๆ ที่มีโอเมก้า 3

สรุปได้ว่า ควรเลิกรับประทานอาหารสำเร็จรูป และหันมารับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อย แต่มีไฟเบอร์และโปรตีนสูง ที่สำคัญควรออกกำลังกายเพื่อรักษาความสมดุลในร่างกายไม่ให้เกิดภาวะดื้อเลปตินอีก

ขอขอบคุณข้อมูลที่มาจาก: Thaiza และ : http://www.share-si.com/2016/10/blog-post_31.html

Advertisement

Advertisement

Share on Facebook47.2kShare on Google+1Tweet about this on Twitter

Advertisement