อย่าชะล่าใจ..6 สัญญาณเตือนว่า คุณอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือดในร่างกาย อย่าปล่อยให้สายเกินรักษา

12 สิงหาคม 2017 | สาระสุขภาพ

Advertisement


Advertisement

Share on Facebook702Share on Google+0Tweet about this on Twitter

ลิ่มเลือด คำๆ นี้ฟังดูน่ากลัวมากๆ เมโยคลินิก ระบุไว้ว่า ในเลือดของเราสามารถจับตัวเป็นลิ่มได้เพื่อเป็นการหยุดเลือดที่ไหลในร่างกาย เราได้เห็นลิ่มเลือดในรูปแบบของการตกสะเก็ดและรอยช้ำต่างๆ

 

บางครั้งก็เห็นได้จากการที่เลือดอุดตันซึ่งสาเหตุนี้เป็นอันตรายมากอาจทำให้เกิดอาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรง
นี่คือวิธีที่คุณจะรับรู้ได้หากคุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือด :

-ความรู้สึกเจ็บปวดหรือความชาในขา

หากคุณรู้สึกปวดเหมือนเป็นตะคริวหรือเกิดอาการขาชา อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเกิดลิ่มเลือดขึ้นกับคุณและอาการนี้เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด

-อาการไอที่หาสาเหตุไม่ได้

หากคุณไอโดยไม่มีสาเหตุ อาการนี้อาจเกิดได้จากเลือดอุดตัน ดังนั้นถ้าพบอาการนี้คุณต้องเริ่มให้ความสนใจกับอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจของคุณว่ามีความผิดปกติใด ๆ หรือไม่ หรืออาจเข้าพบหมอเพื่อตรวจสุขภาพของคุณให้แน่ใจอีกที

-หายใจถี่

Advertisement

Advertisement

หากคุณมีอากรหายใจถี่และหายใจติดขัด เหล่านี้เกิดจากเลือดอุดตันในปอด และหากมีอาการเจ็บหน้าอก อาการวิงเวียนศีรษะ หรือหัวใจเต้นเร็วร่วมด้วย คุณต้องรีบพบแพทย์ทันที

-มีอาการเจ็บหน้าอกหายใจลึก

ทั้งสองอาการนี้เป็นสัญลักษณ์เตือนของเลือดในปอด หากคุณพบอาการเหล่านี้ให้รีบปรึกษาแพทย์ของคุณและตรวจสอบสาเหตุของปัญหาทันที

-เส้นแดงๆ บนผิวของคุณ

เมื่อเลือดอุดตันจะปรากฏขึ้นในรูปแบบของรอยฟกช้ำ แต่หากคุณพบเส้นสีแดงใดๆ ก็ตามบนหลอดเลือดดำของคุณ คุณไม่ควรนิ่งเฉยเพราะมันไม่ใช่รอยฟกช้ำทั่วๆ ไป คุณควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ของคุณและดูว่าอะไรทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น

-ขาบวม

อาการนี้เป็นที่รู้กันว่าเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดดำ มันจะมีอาการที่รุนแรงขึ้นหากการไหลเวียนของเลือดถูกปิดกั้น มันจะเข้าไปขัดขวางออกซิเจนที่ส่งเข้าสู่อวัยวะสำคัญในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เป็นอันตรายต่อชีวิตคุณได้

คุณต้องจำไว้ว่าเลือดอุดตันส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาในเวลาที่เหมาะสม ดังนั้นหากคุณสังเกตเห็นอาการดังกล่าวนี้ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่าเดิม

อ้างอิง : thehealthylifestyle365.com แปลข้อมูลโดย : www.rak-sukapap.com

ขอขอบคุณข้อมูลที่มาจาก: http://www.rak-sukapap.com/2017/08/6_11.html

Advertisement

Advertisement

Share on Facebook702Share on Google+0Tweet about this on Twitter

Advertisement